โฉมงามเมืองน่านเอ่ยชื่อเมืองน่าน ก็ดูจะคุ้นตาคุ้นใจใครหลายคน แต่สำหรับผม น่านเป็นเหมือนเมืองลับแล ดูเหมือนใกล้ดูเหมือนไกล แต่ไปไม่ถึงจริงๆสักที
ครั้งแรกราวปี 18 นั่งทัวร์ บขส.ไปทำข่าวดอยโง้ม อ.ลอง จ.แพร่ ตีห้ากว่าๆลืมตาดูข้างทาง ถึงอำเภอร้องกวาง เลยจังหวัดแพร่มาแล้ว
เมื่อบัสโฮสเตสไม่ปลุก ผมก็เลยตามเลย ไปถึงจังหวัดน่าน เดินตลาดสดทำสารคดี เรื่องปลายี่สิบเมืองน่าน...(ปลาตัวใหญ่ไม่ว่าพันธุ์ ไหนราคา 20 บาท) แล้วก็นั่งรถเมล์ย้อนกลับไปทำข่าวที่แพร่
ททท.ชวนไปคราวนี้ เส้นทางก็ดูจะวกวนสับสนกว่าที่เคยไป นั่งเครื่องบินไปลงเชียงใหม่ ต่อเครื่องบินเล็กใช้เวลา 40 นาที มาลงเมืองน่านคราวนี้ก็คิดว่า น่าจะถึงเมืองน่านจริงๆเสียที
จุดแรกที่คณะเจ้าภาพเขาตั้งใจพาไป คือไหว้พระดูภาพจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์วัดภูมินทร์
เรื่องของพระเรื่องของภาพเขียน ผมเคยอ่านหนังสือมาบ้าง แต่การอ่านไม่เท่ากับได้มาดูของจริง ยิ่งได้ฟังมัคคุเทศก์น้อยบรรยาย ความซาบซึ้งก็ทวีคูณ
ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ เขียนโดย หนานบัวผัน จิตรกรชั้นครู แวดวงศิลปะยกย่องกันนักหนา เข้าใจกันว่าเขียนระหว่าง พ.ศ.2436 ถึง 2461 สมัยเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ครองเมืองน่าน
ภาพกระซิบบันลือโลก ปู่ม่านย่าม่าน หรือภาพหนุ่มพม่ากระซิบกับสาวคู่รัก เป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นต่อๆมา ใช้เป็นแนวทางสร้างผลงานของตัวเอง
ภาพวัดภูมินทร์เก่ากว่าภาพรามเกียรติ์วัดพระแก้ว ภาพชุดรามเกียรติ์ พระเทวาภินิมมิตร ท่านรวบรวม 40 จิตรกรฝีมือดี เขียนขึ้นเมื่อปี 2475 สไตล์การเขียนแบบช่างไทยภาคกลาง
ภาพวัดภูมินทร์ เขียนเรื่องคัทธณะกุมารชาดก เส้นสายลายเขียนสะท้อนวิถีชีวิตคนเหนือ ที่ผสมคนหลายเผ่า ตั้งแต่ไทยลื้อไปถึงพม่า
มัคคุเทศก์ตัวน้อยตั้งใจพาไปดูภาพสาวงาม ผมมาเปิดหนังสือดูทีหลังเข้าใจว่าเป็นภาพนางสีไว สาวงามในชาดก เธอ บรรยายความงามของสาวงาม ด้วยคำผญาสำเนียงเหนือ เนื้อหาคล้ายนิราศนรินทร์
โฉมควรจักฝากฟ้า ฤาดิน ดีฤา เกรงเทพไท้ธรนินทร์ ลอบกล้ำ ฝากลมเลื่อนโฉมบิน บนเล่า นาแม่ ลมจักชายชักช้ำ ชอกเนื้อเรียมสงวน
ฝากอุมาสมรแม่แล้ ลักษมี เล่านา ทราบสยมภูวจักรี เกลือกใกล้ เรียมคิดจวบจนตรี โลกล่วง แล้วแม่ โฉมฝากใจแม่ได้ ยิ่งด้วยใครครอง
แปลเอาความ...จะฝากฟ้าหรือดิน ก็เกรงเทพหรือเจ้าแผ่นดินแย่ง จะฝากไว้กับลม ก็เกรงลมพัดทำให้เนื้อนวลช้ำ ฝากพระอุมา พระลักษมี ก็ไว้ใจพระอิศวร พระจักรีไม่ได้
คิดฝากโฉมงามไปทั้งสามโลก ฝากที่ไหน ก็ไม่มั่นคงเท่ากับฝากไว้ที่หัวใจแม่เอง
ภาพสาวงามสามโลกคนนั้น เขียนด้วยฝีมือสุดยอดของจิตรกรชั้นเยี่ยม บรรยายด้วยลีลาของกวีที่แสนไพเราะ แต่ที่ผมจับใจ คือถ้อยสำเนียงอ่านคำผญา ที่หนูน้อยท่องจำมาถ่ายทอดให้ฟัง
เพื่อนชวนไปเมืองต้าลี่ของจีน ผมทักว่าไปเมืองน่านกันดีกว่า ขนาดแวะผ่านไม่กี่ชั่วโมง นอนที่รีสอร์ตอำเภอปัวคืนเดียว แล้วก็ผ่านเลยไปหลวงพระบาง ผมยังอยากกลับไปน่านอีกครั้ง
นี่ขนาดเข้าวัดภูมินทร์แห่งเดียว ยังไปไม่ถึงที่ไหน สารภาพก็ได้ ผมหลงเสน่ห์เมืองน่านเข้าให้แล้ว.