นพ.นิรันดร์กล่าวอีกว่า "ตนได้ตรวจสอบในพื้นที่ ความเป็นจริงและรับฟังข้อมูล ความคิดเห็นของชาวบ้านโดยตรง ขณะเดียวกันตนจะให้กฟผ.เข้ามาชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการสิทธิฯ ซึ่งมี 3 เรื่องคือ 1.การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ซึ่งเบื้องต้นชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการข้างต้นชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมรับรู้ข่าวสาร และทางกฟผ.ได้เข้ามาสำรวจ ปักเขต กระทำการประกาศเวนคืนที่ดิน ทั้งนี้ตนต้องตรวจสอบว่ามีการละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 หรือไม่ 2.ชาวบ้านได้ร้องเรียนเรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับพื้นที่แหล่งต้นน้ำชั้น1A แต่สิ่งที่การไฟฟ้าให้ข้อมูลคือ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่1B ทางชาวบ้านได้ลงพื้นที่สำรวจกับทางอำเภอ พบว่าพื้นที่ป่ามีสภาพอุดมสมบูรณ์ ซึ่งประเด็นนี้ ตนจะต้องเชิญ กฟผ. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ อุทยาน รวมทั้งทางจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจง และ3.กรณีโรงไฟฟ้าหงสาในประเทศลาว ประเด็นนี้คณะกรรมการสิทธิฯไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลลาวได้ แต่ต้องเชิญภาคเอกชนเข้ามาชี้แจง ซึ่งจะมีกรณีการลงทุนของภาคนักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในประเทศรอบๆของประเทศไทย อย่างเช่น เกาะกง การลงทุนเรื่องเกษตรพันธะสัญญาที่ไปทำน้ำตาลที่ทวาย แล้วมีคนร้องเรียน หรือจะเป็นกรณีเขื่อนสาละวิน เป็นต้น ซึ่งเราก็ต้องตรวจสอบเพื่อให้รับกับประชาสังคมอาเซียน 2015 เพราะว่าการลงทุนที่มีผลกระทบต่อสิทธิชุมชนในประเทศแถบอินโดจีน หรืออาเซียนต้องใช้หลักเกณฑ์เท่ากัน เพื่อให้เห็นว่าหลักสิทธิมนุษยชนสามารถใช้ได้ในภูมิภาคนี้ และเรื่องการมีส่วนร่วม การศึกษาผลกระทบ ในส่วนนี้ก็ต้องทำให้เกิดความเสมอภาค เพื่อทำให้เห็นว่าประชาคมอาเซียนไม่ใช่เป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาคมอาเซียนด้วย"คณะกรรมการสิทธิฯกล่าว.

เครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมตามวิถีคนน่าน
59 หมู่ที่ 1 บ้านดู่เหนือ ตำบลดู่ใต้
อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000
24 มกราคม 2555
เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของโครงการหงสาลิกไนต์และแนวสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
เรียน นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชนป่าและที่ดินในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ออกสำรวจและเวนคืนเพื่อก่อสร้างแนวสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อยเพื่อรองรับไฟฟ้าจากโครงการหงสาลิกไนต์ โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นการบุกรุกโดยปราศจากการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และมิได้รับความยินยอมจากชาวบ้านตำบลดู่ใต้ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน การเวนคืนที่ดินดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิทางเศรษฐกิจในที่ดินของชาวบ้านและการรับรู้ข้อมูลจากกฟผ.ตามสิทธิที่พึงมีตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย
เบื้องต้นกฟผ.ได้เริ่มดำเนินการเข้าซื้อที่ดิน บ้านดู่เหนือ หมู่ที่1และบ้านดู่เหนือพัฒนาหมู่ที่12 จำนวน 106 ไร่ และจะมีการถมที่ดินดังกล่าวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 โดยทางเครือข่ายฯ มีความเป็นห่วงในการถมที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว เพราะอาจจะสร้างผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมเข้าสู่ถนนและหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำแก้มลิงและมีลำคลองธรรมชาติเป็นร่องที่จะระบายน้ำสู่แม่น้ำน่าน การถมที่ดังกล่าวย่อมสร้างความเดือดร้อนทางผลประโยชน์ในทรัพย์สินและเศรษฐกิจของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก
การดำเนินการออกสำรวจและเวนคืนเพื่อก่อสร้างแนวสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อยดังกล่าว สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดีข้อเท็จจริงปรากฏว่ากฟผ. โดยความช่วยเหลือและสนับสนุนของเทศบาลตำบลดู่ใต้ยอมให้กฟผ.เข้ามาสร้างภาพลักษณ์โดยอุดหนุน สนับสนุนช่วยเหลือเป็นตัวเงินในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน ในขณะที่ชาวบ้านและสภาตำบลไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับการดำเนินการของเทศบาลตำบลเลย พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความขัดแย้งภายในชุมชนระหว่างชาวบ้าน และองค์การปกครองส่วนตำบลด้วยกันเอง นำไปสู่ความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชุมชน และก่อให้เกิดความแตกแยกได้
นอกจากนี้ ในส่วนการรับซื้อไฟฟ้าของโครงการหงสาลิกไนต์นั้น จะสร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนที่ดำรงชีพอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติ ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยตรงของผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว อาทิ โรคทางเดินหายใจและโรคมะเร็งอันเนื่องมาจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปนเปื้อนมากับอากาศ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าแม่เมาะในจังหวัดลำปาง และจังหวัดน่านเองก็เป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการหงสาลิกไนต์ ดังนั้นความกังวลว่าก๊าซดังกล่าวจะลอยข้ามพรมแดนและสร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้คนที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่ไม่อาจคาดเห็นได้แต่อย่างใด
โครงการหงสาลิกไนต์ดังกล่าว ทางเครือข่ายฯรับทราบและติดตามข้อมูลมาโดยตลอด โดยได้เคยส่งจดหมายถึง กฟผ. เพื่อขอรับสำเนาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการหงสาลิกไนต์ และเอกสารประกอบ อาทิ รายงานฉบับสมบูรณ์การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของตัวโครงการหงสาลิกไนต์ ฯลฯ ซึ่งการขอรับข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามสิทธิที่ได้รับรองเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ว่าด้วยสิทธิในการเข้าถึง สิทธิชุมชน สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดทั้งในสิทธิ ในการแสดงความคิดเห็น และตามสิทธิแห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร อย่างไรก็ดีทางเครือข่ายฯ ไม่เคยได้รับการติดต่อหรือได้รับเอกสารข้อมูลใดๆ เลยจาก กฟผ.
ด้วยเหตุนี้ ทางเครือข่ายจึงขอวิงวอนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนตรวจสอบการละเมิดสิทธิดังกล่าวและเรียกให้ กฟผ. ส่งมอบเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโครงการหงสาลิกไนต์ และแนวสายส่งที่จะดำเนินการก่อสร้างเพื่อรองรับไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าว ทางเครือข่ายฯ ขอขอบคุณท่านมา ณ โอกาสนี้
ขอแสดงความนับถือ
นายเชียร กันทะตา
(แทนประธานเครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมตามวิถีคนน่าน)