|
|
|
|
|
การเดินทางสร้างความดีของคนชอบขี่รถเริ่มขึ้นอีกครั้ง บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ร่วมกับ เรดเดอร์คลับไทยแลนด์ จัดทริปทดสอบรถจักรยานยนต์ซูซูกิรุ่นใหม่ New Suzuki Jelato Jack 999 และ New Suzuki Shogun Axelo 125 ในเส้นทางชมธรรมชาติอันสวยงามของจังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน พร้อมกับการมอบสิ่งของสนับสนุนการศึกษาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน |
|
|
|
ปีละครั้งกับการจัดกิจกรรมแบบนี้ของชมรมเรดเดอร์คลับไทยแลนด์ โดยการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ก็เท่ากับว่าโครงการนี้ยืนยาวมาร่วมทศวรรษ และยังคงมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะเดินหน้าต่อไป สำหรับปี 2011 นี้ มีเป้าหมายไปยังโรงเรียนบ้านสกาดใต้ อ.ปัว จ.น่าน โดยจะเริ่มสตาร์ทเดินทางจากจังหวัดแพร่ แล้วขับขี่ท่องเที่ยวทดสอบไปยังจังหวัดน่านตามลำดับ โดยมีคุณเลิศศักดิ์ นววิมาน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ร่วมเดินทางเยี่ยมเยือนตัวแทนจำหน่ายซูซูกิในพื้นที่ด้วย |
|
|
|
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทาง บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด เปิดตัวรถจักรยานยนตจ์ 2 รุ่นล่าสุด คือ เจลาโต้ แจ๊ค 999 กับ โชกัน แอ๊คเซโล่ 125 สองแบบสองสไตล์ที่ให้พลังความแรงจากเทคโนโลยีหัวฉีด DCP Fi 125cc. ในการขับเคลื่อนทั้งแบบออโคเมติกลุคใหม่แนวแฟชั่น สะท้อนทุกความเป็นตัวของตัวเอง เท่ ไม่ซ้ำใครใน เจลาโต้ แจ๊ค 999 เพชฌฆาตความเบื่อ หรือจะเป็นโชกัน แอ๊คเซโล่ ผสานพลังสู่ความท้าทายสไตล์นักรบ ด้วยความแรงของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ พร้อมเกียร์แมนนวล 4 ระดับ พร้อมสำหรับทุกเส้นทาง รูปร่างปราดเปรียวดีไซน์สุดเท่ จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทดสอบไปพร้อมๆ กับการเดินทางในทริปสุดพิเศษนี้ |
|
|
|
แอ่วเมืองแพร่แลประวัติศาสตร์ |
|
|
สมาชิกซูซูกิคลับ เดินทางถึงจังหวัดแพร่ในตอนเช้าตรู่ หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยก็เดินทางเข้าสู่ตัวเมือง โดยการขี่เป็นขบวนคาราวานมายังร้านตัวแทนจำหน่ายซูซูกิของจังหวัดแพร่ หจก.แพร่ บี.พี. กรุพ หลังจากการต้อนรับแล้วก็เริ่มเข้าสู่โปรแกรมทัวร์เมืองแพร่ โดยคุณปัญจพล ประสิทธิโศภิน ผู้จัดการแพร่ บี.พี. กรุพ จัดขึ้นเพื่อซูซูกิคลับโดยเฉพาะ เริ่มด้วยการชม "คุ้มเจ้าหลวง" บ้านของเจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้าย เป็นการสร้างแบบไม่ใช้เสาเข็ม ภายหลังยกให้เป็นที่พักของผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้ได้ไม่นานก็ต้องยกให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพราะว่ากันว่ามีวิญญาณของทาสที่เคยถูกคุมขัง และทรมานที่ชั้นล่างของบ้านคอยรบกวน จากนั้นก็เคลื่อนขบวนไปยัง "บ้านวงศ์บุรี" สถานที่ถ่ายทำละครชื่อดังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสร้างชื่อที่สุดเห็นจะเป็นละครเรื่อง "รอยไหม" ที่การถ่ายทำเน้นโชว์ความสวยงามของบ้านหลังนี้เป็นพิเศษ จนผู้ชมละครต่างก็เสาะหาโอกาสมาเยี่ยมเยือน เปิดให้ชมทุกวันเวลา 09.00-17.00 น. บ้านวงศ์บุรีนี้สร้างเมื่อ พ.ศ.2450 โดยหลวงพงษ์พิบูลย์ และเจ้าสุนันตาวงศ์บุรี ช่างที่สร้างบ้านมาจากเมืองกวางตุ้ง ประเทศจีน แต่เป็นการสร้างแบบยุโรปประยุกต์ ภายในมีการตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่สืบทอดกันมาล้วนน่าสนใจ ทั้งเครื่องเงิน เครื่องดินเผา เอกสารสำคัญที่น่าสนใจ เช่น เอกสารซื้อขายทาส ปัจจุบันยังเป็นที่พำนักของทายาทรุ่นที่ 5 พร้อมกับเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมความสวยงาม และศึกษาประวัติศาสตร์ได้อีกด้วย |
|
|
|
|
มาถึงเมืองแพร่ทั้งทีก็ต้องมีการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง นั่นก็คือ "พระธาตุช่อแฮ" ไหว้ขอพรจาก "พระเจ้าทันใจ" ก่อนจะเดินทางต่อ ไปชมความสวยงามอย่างน่าพิศวงของธรรมชาติ "แพะเมืองผี" สถาปัตยกรรมน้ำมือธรรมชาติที่สร้างสรรค์ให้ภูมิประเทศดูน่าทึ่งด้วยการกัดกร่อนของสายน้ำ และสายลมเป็นเวลานานจนเกิดเป็นรูปทรงต่างๆ เมื่อเที่ยวชมกันจนทั่วแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจังหวัดน่าน ซึ่งต้องผ่านไปยังอำเภอร้องกวาง ที่นี่เราได้แวะชมอีกหนึ่งสาขาของ แพร่ บี.พี. กรุพ ก่อนจะจากลากันเข้าสู่จังหวัดน่านในช่วงบ่าย |
|
|
|
แอ่วเมืองน่านปราการขุนเขา |
|
เส้นทางเริ่มเป็นภูเขาคดเคี้ยว และแคบลง แต่การเดินทางก็ราบรื่นดี ระหว่างทางแวะชมดีลเลอร์อีกหนึ่งราย หจก. ภิรักษ์มอเตอร์ สาขาบ้านใหม่แดนดิน อ.เวียงสา จ.น่าน ซึ่งที่นี่เราได้มีโอกาสแวะเข้าไปชม "เฮือนรถถีบ" แหล่งรวม "รถถีบ" หรือจักรยานโบราณที่เจ้าของมีความชอบและรักที่จะสะสมจนกระทั่งมีจำนวนมากกว่า 150 คัน แต่ละคันสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของรถจักรยานจากอดีตจนถึงปัจจุบัน นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าหาโอกาสไปเยี่ยมชม จากนั้นขบวนเจลาโต้ แจ๊ค 999 และ โชกัน แอ็คเซโล่ ก็มุ่งหน้าสู่อำเภอปัว ที่อูปแก้วรีสอร์ต ในบรรยากาศของฤดูหนาวที่กำลังเย็นสบายๆ ในบรรยากาศที่สวยงาม พักผ่อนเก็บแรงเพื่อโปรแกรมท่องเที่ยวที่จัดรอเอาไว้ในวันรุ่งขึ้น |
|
|
|
เช้าๆ อากาศดีที่มืองน่าน กลุ่มเรดเดอร์คลับทั้งหมดได้ตื่นขึ้นมาสัมผัสกับอากาศสบายๆ ของอำเภอปัว จังหวัดน่านด้วยสายหมอกบางๆ อุณหภูมิ 20 องศาเท่านั้น โปรแกรมวันนี้เรามีแต่เที่ยวกับเที่ยว แต่ก่อนอื่นก็ต้องไปเยี่ยมชมศูนย์ซูซูกิในท้องที่ก่อน เป็นการทำตลาดของ หจก. ป.เจริญยนต์พาณิชย์ โดยคุณณัฐชยา อูปแก้วผู้ต้อนรับคณะของซูซูกิเรดเดอร์คลับเป็นอย่างดีที่อูปแก้วรีสอร์ตตั้งแต่เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา จากนั้นก็เข้าสู่เส้นทางที่วางเอาไว้ว่าจะบิด ซูซูกิ โชกัน แอ๊คเซโล่ และ เจลาโต้ แจ๊ค 999 ไปพิชิตความสูงชันและหนาวเหน็บของดอยภูคา ดอยสูงที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ดึกดำบรรพ์เอาไว้ได้อีกแห่งหนึ่ง และที่นี่เองเป็นที่เดียวในโลกที่ยังคงมีต้นชมพูภูคา ไม้หายากที่เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนความสวยงามของดอกที่จะผลิบานให้ชมกันทุกปีในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม เสียดายที่เรามาถึงก่อนเร็วไปนิด แต่ก็ได้รับการชดเชยด้วยบรรยากาศสุดยอดของการท่องเที่ยวในเส้นทางที่คดเคี้ยวสูงชัน เท่ากับว่าจะได้เป็นการทดสอบสมรรถนะของรถจักรยานยนต์ซูซูกิทั้งสองรุ่นอย่างถึงกึ๋น ดังที่ตั้งใจเอาไว้แน่นอน การเดินทางจากอำเภอปัวไปยังอุทยานแห่งชาติชมพูภูคานั้นเป็นระยะทางสั้นๆ เพียง 20 กิโลเมตรเศษ แต่ทว่าในระยะทางเพียงเท่านั้นเรากลับได้พบเห็นความยิ่งใหญ่ และสวยงามของทิวทัศน์อลังการแห่งขุนเขาสองข้างทาง ที่ผงาดความสูงชันต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ แม้ว่าจะเป็นช่วงสายแต่ก็ยังมีสายหมอกท่ามกลางแสงแดดให้ได้เห็นไกลๆ นับเป็นอะไรที่น่าตื่นตาสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง แต่การเดินทางของเราไม่ได้สิ้นสุดที่ยอดขุนเขาเท่านั้น เรายังเดินทางต่อไปที่อีกด้านหนึ่งของอุทยานแห่งชาติขุนน่าน เพื่อไปเที่ยวชมภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเกลือจากบ่อน้ำเกลือที่อยู่ใต้ผิวดิน จนถูกนำมาตั้งเป็นชื่อ "อำเภอบ่อเกลือ" ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลกันนักเพียง 20 กิโลเมตรเศษเช่นกัน ที่นั่นเราได้เห็นภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเกลือเอาไว้ใช้พร้อมกับส่งขายทั้งที่อยู่ไกลจากทะเล และสูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก ซึ่งนอกจากจะเป็นเกลือสำหรับบริโภค คือการนำมาปรุงอาหารรับประทานกันแล้ว ยังได้นำมาประยุกต์เป็นเครื่องสำอางค์ คือเกลือขัดผิวให้สาวๆ ได้ซื้อกลับไปใช้กันอีกด้วย ย้อนกลับขึ้นมารับประทานอาหารกลางวันกันแบบฉบับของนักเดินทางด้วยข้าวเหนียวห่อตองกับหมูทอดน้ำพริกหนุ่มแคปหมู ของดีเมืองเหนือแกล้มกับบรรยากาศของจุดชมวิวที่เย็นยะเยือกจับใจ 17-18 องศาในตอนบ่ายโมง นั่งกินกลางแดดยังได้เลย จากนั้นก็เป็นการเดินทางท่องเที่ยวตามอัธยาศัย ก่อนจะกลับมาพบกันยังที่พัก และในค่ำคืนนั้นเองน้องๆ จากโรงเรียนบ้านสกาดใต้ได้เดินทางมาแสดงดนตรีที่เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านให้กับพวกเราได้ชม แถมด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชาวซูซูกิทุกคน |
|
|
|
ซูซูกิเรดเดอร์คลับปันน้ำใจให้น้อง |
|
รุ่งขึ้นกับการเดินทางอีกครั้งบนเส้นทางที่ต้องขึ้นไปยังที่สูงระดับสันเขาของจังหวัดน่าน ที่บ้านสกาดใต้ หมู่บ้านที่ยังคงห้อมล้อมเอาไว้ด้วยป่าไม้ แม้ว่าชาวบ้านจะมีอาชีพเกษตรกรรม แต่ที่ทำกินก็อยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไปมากพอที่จะมีพื้นที่ป่าไม้ล้อมรอบหมู่บ้านเอาไว้ อากาศจึงเย็นสบาย ระยะทางเพียง 17 กิโลเมตรจากตัวจังหวัด แต่ที่โรงเรียนบ้านสกาดใต้ ยังคงเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีน้องๆ รอคอยโอกาสทางการศึกษาอยู่ กลุ่มเรดเดอร์คลับขับขี่เจลาโต้ แจ๊ค 999 และ โชกัน แอ๊คเซโล่ 125 ขึ้นไปถึงโรงเรียนในช่วงสายของวัน พอถึงที่หมายก็มีการทำกิจกรรมร่วมกัน เด็กเล็กก็มาเล่นเกม เด็กโตหน่อยก็ไปช่วยพี่ๆ ในครัวเพื่อเตรียมทำก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ดเพื่อเอาไว้รับประทานร่วมกัน เนื่องจากมีการสำรวจล่วงหน้าสิ่งของที่นำมาแจกถึงถึงมือน้องๆ ทุกคน ทั้งเสื้อผ้ากันหนาว เครื่องเขียน ขนม จากนั้นจึงเป็นการทำพิธีส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์การเรียน รวมทั้งชุดนักเรียนให้กับผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งนอกจาก บริษัทไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด และกลุ่มเรดเดอร์คลับไทยแลนด์แล้ว ยังมีการสมทบจากบริษัท อัลฟาคอนโทรล จำกัด และ โรตารี่ปัว มาร่วมทำบุญด้วย |
|
|
|
ก่อนจะจากลากันไปด้วยความตรึงตราที่น่าประทับใจทั้งสองฝ่าย หวังว่าคงจะมีโอกาสรวมตัวสร้างกิจกรรมดีๆ กันอย่างนี้อีก ซึ่งซูซูกิพร้อมสนับสนุนทุกพลังสร้างความดีเพื่อสังคมเสมอมา |
|
|