หลังจากที่ค่ายมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ปรับโฉมไทรทัน และปาเจโร สปอร์ต เสริมออฟชั่นต่างๆเพียบ เน้นตอบความต้องการลูกค้าทั้ง รูปลักษณ์ สมรรถนะ ความปลอดภัย และประโยชน์ใช้สอย เสริมอีกทางเลือกสุดคุ้มด้วย ปาเจโร สปอร์ต เครื่องยนต์เบนซิน ก็ได้จัดทริปทดสอบสมถรรนะมิตซูบิชิ ไทรทัน และปาเจโร สปอร์ต ใหม่ขึ้นมาโดยใช้เส้นทาง พิษณุโลก-น่าน-ปทุมธานี ระยะทางรวมกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยทริปที่ทางทีมงาน eCAReasy ทดสอบนี้ถือเป็นทริปสุดท้าย และเป็นทริปที่จัดหนักสุด เรียกว่าได้สัมผัสสมถรรนะของไทรทัน และปาเจโร สปอร์ต ใหม่อย่างเต็มอิ่ม

การเดินทางทีมงาน eCAReasy และเพื่อนสื่อมวลชน เริ่มต้นเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังจังหวัดพิษณุโลก ที่นั้นมีรถทดสอบจอดรอเราอยู่แล้ว หลังจากจัดแบ่งกันว่าใครจะได้ทดสอบรุ่นไหนก่อน ทางทีมงาน eCAReasy ได้เริ่มทดสอบกับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ พลัส เกียร์ธรรมดา เคริ่องยนต์ 2.5 DI-D 4 สูบ VG Turbo 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันที่ 2,000-2,850 รอบต่อนาที

โดยเริ่มออกเดินทางจากสนามบินพิษณุโลก โดยมีรถทีมงานมิตซูบิชิขับนำ และมีรถในขบวนทดสอบกว่า 10 คัน เรียกว่าจัดมาให้ครบทุกรุ่นแม้แต่ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินในตัวปาเจโร สปอร์ต ซึ่งการทดสอบในทริปนี้สบายใจได้เนื่องจากทางทีมงานมิตซูบิชิได้จัดรถเซอร์วิสที่มีช่างที่เชี่ยวชาญและเครื่องมือครบครันมาวิ่งปิดท้ายขบวนเราตลอดทริป โดยในรถทุกคันยังมีวิทยุสื่อสารที่จะสามารถพูดคุยสอบถามข้อมูลกันได้ตลอดเช่นกัน

จุดหมายปลายทางที่เราจะไปกันในทริปนี้อยู่ที่ บ่อเกลือวิว ที่มีระยะทางเกือบ 500 กิโลเมตร ก่อนออกเดินทางหลังจากปรับตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อยแล้ว เริ่มออกเดินทางในช่วงแรกที่จะไปแวะพักที่จังหวัดน่าน ตลอดเส้นทางก็สามารถใช้ความเร็วได้หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงความเร็วสูงเพื่อที่เราจะได้ไม่หลุดขบวน ซึ่งมิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ พลัส ก็ตอบสนองในทางเรียบได้ดี ทั้งอัตราการเร่ง สมถรรนะของช่วงล่าง รวมถึงระบบเบรกที่ไว้ใจได้ หลังจากถึงจังหวัดน่าน คณะเราไว้แวะไหว้พระกันที่วัดพระธาตุแช่แห้ง และเดินทางต่อ

โดยเส้นทางที่จะไปที่พัก บ่อเกลือวิว ทางทีมงานมิตซูบิชิบอกว่าจะได้สัมผัสเส้นทางที่สวยงาม ที่มีทุกสภาพพื้นผิว ทั้งทางชันขึ้นเขา ทางโค้ง ทางฝุ่น ทางทุรกัดานทุกรูปแบบ ที่สำคัญระยะทางก็ต้องไปอีกไม่ใช่น้อย ทางคณะเราจะเริ่มออกเดินทาง ตลอดเส้นทางเป็นทางขึ้นเขาคดโค้งเป็นส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าสามารถที่เป็นบททดสอบมิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ พลัส ที่เราขับอยู่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นระบบการควบคุมพวงมาลัย ที่ให้การตอบสนองที่มั่นใจในทุกโค้ง พละกำลังจากเครื่องยนต์ 2.5 VG Turbo 178 แรงม้า สามารถพาบอดี้ตัวถังเกือบ 2 ตัน ขึ้นทางชันๆได้อย่างสบายจากแรงบิดที่เหลือเฟือ จนบ้างครั้งเราอยู่ที่เกียร์ 3 ยังสามารถวิ่งขึ้นทางชันๆได้โดยไม่ต้องลงมาที่เกียร์ 2 และอีกส่วนที่ได้ลองแล้วมั่นใจคือระบบเบรก ที่เราต้องใช้กันมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเราเดินทางกันเป็นขบวนกว่า 10 คันจึงต้องคอยเร่งให้อยู่ในขบวน ระบบเบรกของมิตซูบิชิก็สามารถรับภาระนี้ได้อย่างมั่นใจตลอดเส้นทาง

เมื่อผ่านทางชันขึ้นเขาลงเขาคดโค้งต่างๆมา ก่อนเข้าที่พักทีมงานมิตซูบิชิก็จัดเส้นทางแบบทุรกันดานเป็นทางฝุ่น พื้นผิวส่วนใหญ่เป็นหิน มีความชันบ้าง ก็เป็นอีกบททดสอบหนึ่งที่สามารถดูการทำงานของระบบช่วงล่างของมิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ พลัส ก็สามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้อย่างสบาย โดยกว่าที่เราจะเข้าถึงที่พัก บ่อเกลือวิว ก็เป็นเวลาเย็นแล้วสภาพทางค่อนข้างมืด แต่ด้วยที่เราเดินทางกันเป็นขบวนจึงขับกันได้แบบสบาย แม้ต้องใช้ความเร็วสูงกับเส้นทางที่ไม่คุ้นชินก็ยังสามารถเอาอยู่ เป็นอันจบทริปในวันแรก

สำหรับวันที่สองของการทดสอบที่มีปลายทางที่สำนักงานใหญ่ มิตซูบิชิ ปทุมธานี กับระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร โดยเริ่มออกเดินทางจากที่พัก บ่อเกลือวิว ประมาณ 9 โมงเช้า สำหรับขากลับทีมงาน eCAReasy ได้มาขับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ พลัส เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด (แรงบิด 350 นิวตัน ที่ 1,800-3,500 รอบต่อนาที) ที่ให้การตอบสนองไม่ได้ต่างกับเกียร์ธรรมดามากนัก แต่ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยในระหว่างทางจะมีช่วงของการทดสอบวัดอัตราสิ้นเปลืองในระยะทาง 130 กิโลเมตร หลังจากพักรับประทานอาหารเที่ยง ที่จะไปเช็กกันที่ปั้มน้ำมันจังหวัดพิษณุโลก โดยเน้นใช้งานความเร็วปรกติ ที่เราใช้ส่วนใหญ่อยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งคันที่ทีมงาน eCAReasy และเพื่อนสื่อมวลชนขับสามารถคิดอัตราการสิ้นเปลืองได้ 11 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งกับการความเร็วเท่านี้ก็ถือว่าน่าพอใจ
หลังจากจบช่วงทดสอบวัดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันแล้ว ทีมงาน eCAReasy และเพื่อนสื่อมวลชน ก็ยิงยาวเข้าสู่ที่หมายปลายทางที่สำนักงานใหญ่ มิตซูบิชิ ปทุมธานี อย่างปลอดภัย