ลุงบุญช่วย หิรัญวิทย์ ช่างทำสลุงเงิน น่าน ได้รับรางวัล "ภูมิแผ่นดิน ปิ่นล้านนา" ปี 2552 สาขา ศิลปหัถกรรมพื้นบ้าน จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมฉลอง ๔๕ ปีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายบุญช่วย หิรัญวิทย์ ช่างทำสลุงเงิน จังหวัดน่าน
ชื่อ-สกุล นายบุญช่วย หิรัญวิทย์ (นุช) วัน เดือน ปี เกิด ๕ ก.พ. ๒๔๗๖ สถานที่เกิด จังหวัดน่าน การศึกษา สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ที่อยู่ ๓๗/๑ บ้านประตูปล่อง ถ.เปรมประชาราษฎร์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน โทรศัพท์ ๐๕๔-๗๕๑๐๘๙ ที่ทำงาน ๓๗/๑ บ้านประตูปล่อง ถ.เปรมประชาราษฎร์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ชื่อบิดา นายบุญเลิศ หิรัญวิทย์ อาชีพบิดา หมอตำแย ชื่อมารดา นางบุญนำ หิรัญวิทย์ อาชีพมารดา แม่บ้าน
ครูบุญช่วย หิรัญวิทย์ เป็นบุตรคนที่ ๒ มีพี่น้องทั้งหมด ๕ คน คือ
๑. นางชื่น หิรัญวิทย์ (ถึงแก่กรรม) ๒. นายบุญช่วย หิรัญวิทย์ ๓. นายนิตย์ หิรัญวิทย์ ๔. นายเสริม หิรัญวิทย์ ๕. ด.ต.นิตย์ หิรัญวิทย์
ครอบครัว ภรรยา นางจันดี หิรัญวิทย์ อาชีพคู่ภรรยา แม่บ้าน
เกียรติคุณ/รางวัลที่ได้รับ
- ประกาศเกียรติบัตร ร่วมจัดนิทรรศการช่างศิลป์ (ช่างเงิน) เนื่องในโอกาส ?วันอนุรักษ์มรดกไทย? ประจำปี ๒๕๓๖ จากผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (นายจิโรจน์ โชติพันธุ์) - รางวัลศิลปินดีเด่น จังหวัดน่าน ปี ๒๕๔๘ สาขาการช่างฝีมือ (ด้านงานแกะสลักเครื่องเงิน) - รางวัลผู้สูงอายุดีเด่นประจำปี ๒๕๔๘ ในด้านอุตสาหะวิริยะ จากเทศบาลเมืองน่าน - รางวัลบุคคลผู้อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประจำปี ๒๕๕๑ จาก โรงพยาบาลน่าน
วิถีชีวิต การศึกษา
ครูบุญช่วย สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อปี ๒๔๘๘ ที่โรงเรียนเทศบาล ๓ (ปัจจุบันคือโรงเรียนเทศบาลบ้านพระเนตร) ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
ประวัติการทำงาน
ครูเริ่มหัดทำเครื่องเงิน ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๓ ขณะนั้นอายุได้ ๑๗ ปี และได้ประกอบอาชีพการทำเครื่องเงินอย่างจริงจังใน พ.ศ.๒๔๙๘ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ซึ่งครูได้เห็นมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งที่นี่ใช้เงินชนิดต่างๆ ทำเครื่องเงินชนิดต่างๆ ทำเครื่องเงิน เช่น เงินแถบ เงินหมันของฝรั่งเศส เหรียญสมัยรัชกาลที่ ๕ เหรียญ ๑๐ สตางค์ เหรียญสลึง
เริ่มเรียนแรกๆ หัดขึ้นรูป ตอนตีกับทั่งยากหน่อย ทำถูกบ้างไม่ถูกบ้าง เรียนแล้วก็ทำไปเรื่อยๆ ทำบ่อยๆ ก็ชำนาญขึ้น แรกๆ ก็ตีให้แบนๆ การขึ้นรูปต้องค่อยๆ ซ้อม ก็จะตีได้ดีขึ้น ลายดอกกระถิน คือลายแรก ที่หัดทำ ทำดีบ้างไม่ดีบ้าง คนไม่เคยเห็นเขาก็ชอบก็มาซื้อไป ครั้งแรกที่เรียน ก็ทำพวก ขัน พาน กระบวย ขายตามบ้าน ลาย ๑๒ ราศี ตัวสัตว์ที่ยากที่สุด ต้องเปลี่ยนเหล็ก กลมหอก, กลมทู่, กลมกว้าง, กลมเล็ก ที่จะต้องใช้ทำลวดลายด้านนอก เครื่องมือโบราณที่ใช้มาตั้งแต่บรรพบุรุษไม่เคยเปลี่ยน? สมัยที่ครูเรียนทำเครื่องเงินนั้นก็ไปเรียนกับช่างที่อยู่ในจังหวัดน่าน มีเพื่อนเรียนด้วยกันอีก ๒-๓ คน พอเรียนสำเร็จ ต่างคนก็ต่างมาประกอบอาชีพทำเครื่องเงิน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงครูบุญช่วยที่ยังคงทำอาชีพ ช่างสลุงเงินเท่านั้น
ประวัติความเป็นมาของเครื่องเงินเมืองน่าน
ครูบุญช่วย หิรัญวิทย์ เล่าประวัติความเป็นมาของการทำเครื่องเงินเมืองน่าน ว่า เป็นอาชีพที่เกิดมาพร้อมกับการสร้างเมืองน่านขึ้นมา ในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นครน่านได้แผ่ขยายอาณาจักรตั้งแคว้นสิบสิงจุไทลงมา และได้กวาดต้อนเชลยที่เป็น ช่างเงิน ช่างทอง ช่างเหล็ก ช่างทองแดง จากเมืองฮ่อน้อย ฮ่อหลวง เมืองยอง และเชียงแสน เอามาไว้ในนครน่าน โดยช่างเงินได้จัดไว้ที่บ้านประตูปล่อง อ.เมืองน่าน และสืบเชื้อสายเป็นช่างเงินมาจนถึงทุกวันนี้ และบางส่วนมีเชื้อสายเป็นช่างเงินมาจนถึงทุกวันนี้ และบางส่วนมีเชื้อสายพม่าอยู่ได้นำศิลปะพม่าเข้ามาผสมผสาน แต่ไม่ค่อยมากนัก ส่วนใหญ่จะเข้ารับใช้ทำเครื่องเงินให้เจ้านาย บุตรหลาน คหบดีและท้าวขุน เท่านั้น พอหมดนายไป ช่างเงินก็เกือบจะไม่เหลือใครในนครน่าน จะเห็นได้ว่าช่างเงินในเมืองน่านนั้น มีเชื้อสายจีน และได้นำเอาศิลปะของพม่ามาร่วมด้วย ในอดีตกาลที่ช่างเงินทำงานให้กับเจ้าขุนมูลนาย ทำให้เมื่อไม่มียุคเจ้านายและบ่าวไพร่แล้ว ช่างต่างๆ ก็ระหกระเหินไม่มีงานทำ บ้างก็เปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น ส่วนที่ยังคงทำอาชีพช่าง ก็จะสืบทอดการทำเครื่องเงินให้รุ่นลูกหลานซึ่งก็มีน้อย ทำให้มีแหล่งผลิตเครื่องเงินสมัยนี้น้อยตามไปด้วย การทำสลุงเงิน (ขันเงิน) ลายขัน ๑. ลาย ๑๒ ราศี ๒. ลายดอกกระถิน ๓. ลายดอกกลีบบัวหรือกาบบัว ๔. ลายเทพพนม เป็นลายโบราณ ๕. ลายบานบุรี ๖. ลายตาสับปะรด ๗. ลายดอกไม้ เป็นลายที่ครูคิดใหม่ คล้ายลายไทย
วัตถุดิบ
- เม็ดเงินบริสุทธิ์ - ภาชนะเครื่องเงินใช้เงินเก่ามาหลอมใหม่ (จะมีคุณภาพรองลงมาเพราะอาจจะมีส่วนผสมของส่วนอื่นๆ เจือปนอยู่)
เครื่องมือ
๑.อุปกรณ์ในการใช้ทุบ - ค้อนเหล็ก มีหลายขนาดและหลายชนิด - ทั่ง หรือ แท่นเหล็กใช้รองทุบ
๒. อุปกรณ์ในการแกะลาย - วงเวียน และดินสอ : เพื่อนำมาตีเส้นบริเวณที่จะทำลวดลายต่างๆ - ค้อนเขาควาย - เหล็กต่างๆ สำหรับตอกลาย - หน้าเหล็กดุ้ง : ทำให้นูนออกมา (มีหลายขนาด) - หน้าเหล็กต้อง - หน้าเหล็กตอกดอก - แท่น(ชัน) แกะลาย : ทำด้วยไม้รองและรองด้วยชัน (น้ำยางของต้นไม้ผสมด้วยน้ำมันหมูหรือน้ำมันไข ๓. อุปกรณ์ในการขัด - แปรงทองเหลือง - มะขามเปียก - หินขัด หรือ ลูกปัด - ปะคำดีควาย หรือหมากซัก - กำมะถัน ๔. เตาเผา ๕. กระทะ หรือหม้อสำหรับเคี่ยวชัน เพื่อนำชันที่เหลวมาเทใส่ภาชนะที่ต้องการแกะลาย ๖. เครื่องเป่าลม (ภาษาเหนือ เรียกว่า ?เส่า?) ๗. เบ้าหลอม ๘. พิมพ์ ๙. คีม ๑๐. ไม้วัด หรือ ไม้บรรทัด ๑๑. เหล็กขอบ ๑๒. ค้อนเหล็กเคาะ (ค้อนเคาะ) ทำด้วยเหล็กเรียบ ๑๓. ใบยาสูบ ๑๔. ตาชั่ง ชั่งน้ำหนักของเงินก่อนนำมาหลอม
การถ่ายทอดองค์ความรู้ ครูบุญช่วยได้ถ่ายทอดวิชาให้กับเยาวชน และเด็กนักเรียน ครูเล่าว่า ?มีสอนให้เด็ก แต่ก็ยังไม่ชำนาญ ก็สอนขึ้นรูปไปก่อน การทำดอกฝึกทีหลัง พวกเด็กนักเรียน ครูบอกให้เขามาเรียน เขามาบ้างไม่มาบ้าง ครูให้ค่าขนมเด็กที่มาเรียนด้วย แต่ทุนก็ไม่ค่อยมี ลูกศิษย์ที่ทำดอกได้ ยังไม่มี ตอนนี้ลูกชายก็ตีรูปได้แล้ว และ อยากสืบทอดทำสลุงเงินต่อจากครู ครูบุญช่วยบอกศิษย์อยู่เสมอว่า ?ทำเถอะ วันหน้าจะไม่มีใครทำและวันหน้าจะหมดไป ถ้าไม่มีใครสืบทอด? ไม่รู้ว่าจะมีใครเชื่อบ้างไหม ส่วนใหญ่ก็อยากทำงานที่สบายกว่านี้ แม้วันนี้ ครูบุญช่วยจะยังไม่แน่ใจในการสืบทอดต่อของช่างสลุงเงินแห่งจังหวัดน่าน แต่สิ่งที่ครูบุญช่วย แน่ใจได้แล้วคือ ครูได้ทำหน้าที่อนุรักษ์ สืบทอด และถ่ายทอดองค์ความรู้จากโบราณมาจนถึงยุคปัจจุบัน แม้ขนาดเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินก็ยังเสด็จมาชมงานของครูถึงที่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง สมควรได้รับการยกย่องสรรเสริญว่า ครั้งหนึ่งได้มีครูศิลป์ของแผ่นดินท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นครูศิลป์ช่างสลุงเงิน แห่งจังหวัดน่าน ได้ฝากมรดกนี้ไว้ให้กับแผ่นดินไทย รับทำและจำหน่ายเครื่องเงินที่เน้นรูปแบบเครื่องประดับใช้สอยในแบบดั่งเดิม บ้านประตูปล่อง 37/1 ถ.ใจผาสุข ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000 โทร 054 - 751089 , 085 - 7054953 |