หัวเรือ เป็นรูปร่างลักษณะ คล้ายหัวพญานาค เจาะด้วยไม้และแกะสลักลวดลาย ทาสีให้สวยงามโดยมีส่วนประกอบดังนี้ - เขี้ยวฟอง จะมีสองแบบ คือ เป็นเขี้ยวสิบซี่ และ เขี้ยวสิบสี่ซี่ โค้งงอเหมือนปากนกแล(นกแก้ว) ก้มกินน้ำ - เขี้ยวแต คือเขี้ยวซี่เล็กที่เรียงติดกัน อยู่ระหว่างเขี้ยวฟอง ต้องหึก(หนา) บ่งบอกความแข็งแรง ใหญ่ - เขี้ยวหนาย เป็นเขี้ยวฟองซี่ในสุดจะโค้งงอขึ้นหรือลงก็ได้ - แก้ม จะต้องมีลักษณ์อวบอูม เหมาะสมกับหัวเรือ ให้มีเกร็ดเป็นร่อง หรือซ้อนกันเหมือนเกล็ดปลา - หมกขี้หมา(จมูก) ขนาดใหญ่สูง มีร่องวนเป็นก้นหอย ปุ้มมน มีรูเสียบดอกไม้พื้นเมือง รูปทรงมองจากด้านหน้าแบะออกเล็กน้อย - หงอน อยู่ระหว่างหมกขี้หมา มีความสูงเสมอกับหมกขี้หมา ต้องแกะสลักจากไม้และจะต้องถอดประกอบได้ - กาบรอง กาบจว้า หรือหางแมงดา จะอยู่บริเวณใต้หงอนเพื่อล๊อคหัวเรือไม่ให้สั่นคลอน - เดียกาง(เดือยคาง) จะอยู่ด้านล่างตรงข้ามกับ กาบจว้า ทำหน้าที่ล๊อคหัวเรือไม่ให้สั่นคลอน - มะเดง(กระดิ่ง) แขวนไว้ในปาก - กระจกคาง จะมีลักษณะกลมหรือเหลี่ยมพร้อมพู่ ติดแขวนไว้ใต้คาง - มะต๋า(ดวงตา) จะเป็นกระจกติด หรือแต้มสีเป็นดวงตาดำ - หมกต๋า(ขอบตา) จะมีลักษณะคว่ำ หรือหงายก็ได้

กันยาเรือ(โขนเรือ) คือส่วนที่ต่อจากลำเรือไปหาหัวเรือและหางวัลย์ ประกอบด้วย - กันยาหัว(คอต่อหัว โงนหัว) มีลักษณะโค้งงอสมส่วนกับตัวเรือ ไม่มีผ้าแพรสีและผ้าสีอื่นผูกมัด ยกเว้นด้ายหมายขวัญ และกระสวยดอกไม้ ธูปเทียน - คันจอ(คันธงประจำเรือ) มีความยาว ไม่น้อยกว่า ๒ เมตร ต้องมีก๋วยสลาก ผูกติดคันจ่อ - แซ่ หรือ ต่อนต้อ (สลักคอต่อเรือ) สำหรับเสียบยึดกันยากับเรือให้แน่น มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแต่ละหมู่บ้าน (รูปสัตว์ในวรรณคดี เช่น ลิง ไก่ สิงห์ ฯลฯ) - กันยาหาง(โงนหาง) ให้มีความโค้งงอนงามสมส่วนกับลำเรือ ไม่มีผ้าสีผูก ยกเว้นด้ายหมายขวัญ ดอกไม้ธูปเทียน กระสวยเสียบ
|