เจ้าศรีสองเมืองวีรบุรุษแห่งเมืองนันทบุรี

Since 2007 - 24/7services
+66 811688994
nan2daydotcom@gmail.com

User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ผู้สนับสนุนน่านทูเดย์
หมวด » ประวัติความเป็นมา » ข้อมูลจังหวัดน่าน

เจ้าศรีสองเมืองวีรบุรุษแห่งเมืองนันทบุรี

เจ้าศรีสองเมืองวีรบุรุษแห่งเมืองนันทบุรี
วัดภูมินทร์ในอดีต


เจ้าศรีสองเมือง หรือมีนามภายหลังที่ได้ครองเมืองน่านแล้วว่า เจ้าพระยาพลศึกซ้ายไชยสงคราม ผู้นี้เป็นสำคัญคนหนึ่งของลานนาไทย ต่อมาภายหลังพระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ประมุขของอาณาจักรลานนาไทย ในยุคพม่าเรืองอำนาจ ท่านได้คิดกู้อิสรภาพทำการแข็งเมืองสู้รบกับพม่าผู้เกรียงไกรในยุคนั้น แต่ยังไม่ถึงคราวที่ลานนาไทยจะเป็นอิสรภาพ พม่าซึ่งมีกำลังเหนือกว่าจึงเป็นฝ่ายชนะ และจับกุมตัวพระองค์ไปกักขังไว้ที่กรุงอังวะ จนถึงแก่ทิวงคต ณ ที่นั้นเอง


ในสมัยประมาณ พ.ศ. ๒๑๐๓ ในครั้งนั้นเชียงใหม่ได้เสียอิสรภาพแก่พม่าแล้ว (ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าเมกุฏิหรือพญาแม่กุ) ทางเมืองน่านมีพระยาหน่อคำเสถียรไชยสงครามเป็นเจ้าเมืองน่าน ครั้งต่อมาใน พ.ศ. ๒๑๒๓ เจ้าฟ้าสารวดี (หรือในตำนานโยนกเรียกว่า มังซานรธามังคุย เป็นราชบุตรของพระเจ้าบุเรงนอง เดิมครองเมืองสารวดี พระบิดาให้มาครองเมืองเชียงใหม่ต่อจากพระนางวิสุทธิเทวี) ได้ยกกองทัพมาตีเมืองน่าน พระยาหน่อคำเสถียรไชยสงครามเห็นทีจะสู้ไม่ได้จึงยอมสวามิภักดิ์ขึ้นต่อเชียงใหม่ พระยาเสถียรไชยสงครามมีราชบัตรอยู่ ๔ องค์ องค์โตชื่อเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ องค์ที่ ๒ ชื่อ เจ้าน้ำบ่อ (แต่แรกไม่ปรากฏชื่อ ชื่อนี้เรียกเมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว) องค์ที่ ๓ ชื่อ เจ้าศรีสองเมือง องค์ที่ ๔ ชื่อ เจ้าอุ่นเมือง 


เมื่อเจ้าศรีสองเมืองบุตรองค์ที่ ๓ ประสูติออกมานั้น เกิดมหัศจรรย์ต่างๆ เช่นแผ่นดินไหวเป็นต้น พระยาหน่อคำเสถียรไชยสงครามบิดาจึงให้หาโหรมาทำนาย โหรทำนายว่า เจ้าศรีสองเมืองผู้นี้ เมื่อเติบโตไปภายหน้าจะมีบุญญาบารมีมากนัก แต่ว่าจะทำปิตุฆาต ขอให้เอาไปฆ่าทิ้งเสียให้ตาย พระยาหน่อคำเสถียรไชยสงครามทรงเห็นด้วย จะให้เอาไปทิ้งเสียตามคำทำนายของโหร แต่เจ้าน้ำบ่อราชบุตรองค์ที่ ๒ ได้กราบทูลทัดทานไว้เพราะความสงสาร และทูลขอเอากุมารผู้เป็นน้องนั้นไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งพระบิดาก็ทรงอนุญาตตามความประสงค์ เจ้าน้ำบ่อจึงเอาน้องไปเลี้ยงไว้จนเติบใหญ่ขึ้นมา


ฝ่ายพระยาหน่อคำเสถียรไชยสงครามได้ครองเมืองน่านสืบมา จนกระทั่งย่างเข้าวัยชราก็ประชวรถึงแก่พิราลัย เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ราชบุตรที่ ๑ จึงได้ครองเมืองน่านสืบมา เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ได้ขึ้นครองเมืองน่านในปี พ.ศ. ๒๑๓๔ หลังจากที่ครองเมืองได้ ๖ ปี ลุปี พ.ศ. ๒๑๓๙ โปรดให้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้น ในสมัยนั้นเมืองน่านขึ้นต่อเชียงใหม่ ซึ่งมีกษัตริย์เป็นพม่าครองอยู่ เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์คิดกูอิสรภาพ จึงตั้งแข็งเมืองไม่ย่อมส่งส่วยให้พระเจ้าเชียงใหม่ (เจ้าฟ้าสารวดี) พระเจ้าเชียงใหม่ทรงทราบว่าเมืองน่านแข็งเมืองเช่นนั้น ก็ทรงยกกองทัพมาเพื่อปราบปราม ให้เข้าอยู่ในอำนาจของพระองค์เช่นเดิม เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ยกกองทัพไปตั้งรับอยู่ที่ตำบลปากงาว และได้สู้รบกันเป็นสามารถ แต่เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์มีกำลังไพร่พลน้อยกว่า จึงพ่ายแพ้แก่กองทัพของพระเจ้าเชียงใหม่ ล่าถอยหนีไปอาศัยอยู่กับพระเจ้าล้านช้าง ฝ่ายพระเจ้าเชียงใหม่เมื่อตีได้เมืองน่านแล้ว ก็แต่งตั้งพระยาแขกอยู่รักษาเมืองน่าน


ครั้นต่อมาในปี พ.ศ. ๒๑๔๓ เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์และน้องทั้งสาม ได้กำลังกองทัพล้านช้างช่วยเหลือ ได้ยกไปรบพระเจ้าชียงใหม่ แต่เมืองเชียงใหม่สู้รบป้องกันเมืองแข็งแรงนัก ตีไม่แตก จึงล่าถอยมายังเมืองน่าน พระยาแขกผู้รักษาเมืองน่าน เห็นกองทัพเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ยกมาเช่นนั้น เกรงว่าชาวเมืองจะไม่เป็นใจด้วย จึงไม่คิดสู้รบและอพยพครัวหนีไปยังเมืองเชียงใหม่เสีย เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์จึงยกเข้าไปตั้งอยู่เมืองน่านอีกครั้งหนึ่ง


ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๑๔๖ พระเจ้าเชียงใหม่ยกกองทัพมาตีเมืองน่านอีก ครั้งนั้นเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์และเจ้าน้ำบ่อได้มอบให้เจ้าศรีสองเมือง ซึ่งเป็นทั้งน้องและบุตรบุญธรรมของเจ้าน้ำบ่อเป็นผู้รักษาด้านประตูหิ้งน้อย แต่เจ้าศรีสองเมืองกลับคิดเอาใจออกหากจากพี่ทั้งสอง ไปเข้ากับพระเจ้าเชียงใหม่ เปิดประตูเมืองออกรับกองทัพพม่าเข้าเมือง พม่าจับตัวเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์และเจ้าน้ำบ่อ ผู้เป็นพี่และบิดาเลี้ยงเจ้าศรีสองเมืองได้ พม่าจึงให้เอาไม้หนีบอกเจ้าน้ำบ่อไว้อยู่ได้ ๗ วันก็ถึงแก่กรรม แล้วให้เอาศพไปทิ้งไว้ที่บ่อน้ำข้างตะวันตกวัดภูมินทร์ จึงเรียกว่า “เจ้าน้ำบ่อ” แต่นั้นมาตราบจนทุกวันนี้ ส่วนเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์นั้น พม่าจับตัวไปยังเมืองเชียงใหม่ด้วย ครั้นถึงก็ให้ฆ่าเสีย วันที่เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ถูกประหารนั้น เกิดแผ่นดินไหวเป็นอัศจรรย์ ครั้นแล้วพระเจ้าเชียงใหม่ก็สถาปนาให้เจ้าศรีสองเมืองเป็นที่ “เจ้าพระยาพลศึกซ้ายไชยสงคราม เจ้าเมืองน่าน” และทรงรับเลี้ยงไว้ในฐานะราชบุตรบุญธรรม


ครั้นต่อมาในปี พ.ศ. ๒๑๕๗ จุลศักราช ๙๗๖ (พงศาวดารลานนาไทยฉบับของแสนหลวงราชสมภาร ว่า พ.ศ. ๒๑๕๘ จุลศักราช ๙๗๗) เดือน ๕ น้องมองกวยตกราชบุตรองค์ที่ ๒ ของพระเจ้าเชียงใหม่สารวดีทิวงคต ไม่มีราชบุตรที่จะสืบสันตติวงศ์ บรรดาขุนนางท้าวพระยาทั้งหลายและข้าราชบริพารทั้งมวล จึงพร้อมใจกันไปอัญเชิญเอาเจ้าพระยาพลศึกซ้ายไชยสงคราม เจ้าเมืองน่าน ผู้เป็นราชบุตรบุญธรรมของพระเจ้าเชียงใหม่สารวดีนั้น มาครองเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าเชียงใหม่ศรีสองเมืองจึงโปรดให้เจ้าอุ่นเมืองอนุชาเป็นเจ้าเมืองน่าน แล้วพระองค์เสด็จขึ้นมาครองเมืองเชียงใหม่


ในครั้งนั้น ภายใต้เศวตฉัตรของประเทศพม่าเกิดยุ่งเหยิง เนื่องจากมังเรทิปราชบุตรของพระเจ้าหงสาวดีร่วมคิดกับขุนนางลอบปลงพระชนม์พระเจ้าหงสาวดี แล้วยกมังเรทิปขึ้นเสวยราชสมบัติแทน เมื่อความทราบถึงสะโดะธรรมราชา (พระเจ้าสุทโธธรรมราชาหรือพระเจ้าแปร) กับมังเรกะยอโส (พระเจ้าอังวะ) ซึ่งมาจัดการปกครองแคว้นลานนาไทยอยู่ในขณะนั้น ก็รีบยกกองทัพกลับไป ครั้นถึงเมืองปินยาทราบว่าเจ้าราชบุตรมังเรทิป (หรือนองรามเมง) ได้ครองราชย์สมบัติแล้ว ก็ถอยไปรวบรวมกำลังรี้พลที่เมืองฮ่อ ได้กำลังพอแล้วก็ยกไปตีเมืองพะโคถอดมังเรทิปออกเสียจากราชสมบัติ และพระเจ้าแปร (สะโดธรรมราชา) จึงขึ้นครองราชย์สมบัติ และทรงตั้งให้มังเรกะยอโส (พระเจ้าอังวะหรือมังเรจอชะวา) เป็นมหาอุปราชา แต่ให้รักษากรุงอังวะไว้ ส่วนพระเจ้าสุทโธธรรมราชาได้ยกกองทัพกลับมายังลานนาไทยอีกครั้งหนึ่ง เพื่อปราบปรามหัวเมืองต่างๆ ในแคว้นลานนาไทยที่ยังแข็งเมืองอยู่นั้นให้ราบคาบ


ฝ่ายพระเจ้าชียงใหม่ศรีสองเมืองเห็นว่า การภายในบ้านเมืองพม่ากำลังยุ่งเหยิงอยู่เช่นนั้น ก็ทรงดำริว่าเป็นโอกาสอันดีที่ลานนาไทยจะกอบกู้อิสรภาพ ให้กลับคืนคงดำรงเอกราชต่อไปอีก พระองค์จึงให้แข็งเมืองขึ้น และพร้อมกันนั้นก็ยกกองทัพไปปราบปรามหัวเมืองที่ยังฝักใฝ่ยอมอยู่ใต้อำนาจพม่าอยู่ เช่นเมืองเชียงแสนเป็นต้น ในปี พ.ศ. ๒๑๖๙ (จุลศักราช ๙๘๘) จับตัวนายหน่อคำ เจ้าเมืองเชียงแสนมาขังไว้ที่เชียงใหม่ แล้วตั้งเจ้าเมืองนครลำปางเป็นที่ “พระยาศรีสองเมือง” ตั้งแสนอาญาเป็นหวุ่นถือพล ๓,๐๐๐ อยู่รั้งรักษาเมืองเชียงแสน เมื่อจัดการบ้านเมืองเชียงแสนเรียบร้อยแล้ว ก็ยกกองทัพกลับมายังเมืองเชียงใหม่


พระองค์ทรงได้ติดต่อไปยังหัวเมืองต่างๆในลานนาไทย ให้ช่วยกันกอบกู้อิสรภาพและแข็งเมืองต่อพม่า หัวเมืองที่แข็งเมืองจึงต่อสู้กองทัพพระเจ้าสุทโธธรรมราชาอย่างแข็งแรง ซึ่งพระเจ้าสุทโธธรรมราชาต้องตั้งค่ายอยู่ถึง ๓ ปี จึงตีแตก คือเมืองฝาง (อ่านเรื่องพระนางสามผิว) แต่พระองค์ทรงทำการไม่สำเร็จสมความมุ่งหมาย เพราะกำลังของพม่าในครั้งนั้นเข้มแข็งนัก และบรรดาหัวเมืองต่างๆ ไม่มีความสามัคคีกัน บางเมืองยังเกรงกลัวพม่าอยู่ก็ไม่อาจแข็งเมืองได้


ฝ่ายพระเจ้าสุทโธธรรมราชา หลังจากที่ทรงจัดการบ้านเมืองเสร็จเรียบร้อย ทรงทราบว่าหัวเมืองในลานนาไทยแข็งเมืองกระด้างกระเดื่องต่อพระองค์ ก็ทรงยกกองทัพใหญ่มาปราบปราม ในปีพ.ศ. ๒๑๗๔ ปีมะแมตรีศก จุลศักราช ๙๙๓ ทรงตีเมืองเชียงใหม่แตก และจับตัวพระเจ้าเชียงใหม่ศรีสองเมืองได้ จึงให้คุมตัวไปกักขังไว้ที่กรุงอังวะจนถึงแก่ทิวงคต


พระเจ้าเชียงใหม่ศรีสองเมืองได้ครองเมืองเชียงใหม่แต่ปี พ.ศ. ๒๑๕๗ สิ้นอิสรภาพถูกพม่าจับตัวในปี พ.ศ. ๒๑๗๔ รวมเวลาทีครองราชย์สมบัติ ๑๗ ปี แล้วพม่าตั้งให้พระยาหลวงทิพเนตรเจ้าเมืองฝางมาครองเมืองเชียงใหม่ นับแต่นั้นมาลานนาไทยและเมืองเชียงใหม่ก็ตกอยู่ในอำนาจพม่า สิ้นอิสรภาพโดยสิ้นเชิง





จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหา

พระเจ้าศรีสองเมือง เจ้าเมืองน่าน (อังกฤษ: Duke Sisongmueang of Nan) ทรงครองราชย์แคว้นล้านนาใน พ.ศ. 2158 - 2174 ในกำกับของพม่าเป็นระยะเวลา 16 ปี พระองค์ทรงเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าฟ้าสารวตี และทรงเป็นเจ้าเมืองน่านก่อนที่พระองค์จะถูกตั้งให้เป็นผู้ปกครองแคว้นล้านนาแทนที่พระช้อยซึ่งถูกประหารพระชนม์ชีพหลังจากกองทัพของพระเจ้าอโนเพตลุนกษัตริย์พม่าตีเมืองเชียงใหม่แตก กองทัพพม่าเข้าควบคุมสถานการณ์ในเขตล้านนาจนถึงปี พ.ศ. 2159 จึงยกทัพกลับไป แต่กษัตริย์พม่ายังทรงประทับที่เชียงใหม่เพื่อทำการซ่อมแซมพระนคร จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2160 จึงเสด็จกลับหงสาวดี ในปี พ.ศ. 2171 พระเจ้าอโนเพตลุนถูกลอบปลงพระชนม์และเกิดสงครามแย่งชิงบัลลังก์ขึ้น พระเจ้าศรีสองเมืองทรงคิดยึดครองล้านนากลับมามีเอกราชอีกครั้ง พระองค์จึงทรงเอาใจออกห่างจากพม่า หลังจากพระเจ้าทาลุนขึ้นครองบัลลังก์อาณาจักรพม่าในปีถัดมา พระองค์ก็ถูกจับกุมไปไว้ที่นครหงสาวดีในปี พ.ศ. 2174



เขียนเมื่อ : 02 พ.ย. 2554,20:26   เข้าชม : 640 ครัั้้ง   แจ้งลบ

ติดต่อประชาสัมพันธ์ 0811688994
ประวัติความเป็นมา » ข้อมูลจังหวัดน่านอื่นๆที่น่าสนใจ
เมืองน่านในปัจจุบัน
เมืองน่านในปัจจุบัน
เมืองน่านในสมัยกรุงสุโขทัย
เมืองน่านในสมัยกรุงสุโขทัย วาระแรกที่ปรากฏในพงศาวดารเมืองน่าน หลังจากแคว้นน่านได้ตั้งวรนครขึ้นแล้ว
การทัพและผลประโยชน์ของบ้านเมือง
การทัพและผลประโยชน์ของบ้านเมือง
เมืองน่านในสมัยกรุงศรีอยุธยา
แคว้นน่านได้เป็นอิสระอยู่ในภาคลานนาส่วนหนึ่ง อันเริ่มแต่ราว พ . ศ . ๑๙๒๑ เป็นลำดับมา ระหว่างกาลนี้ยังไม่มีใครเอาใจใส่กับแคว้นน่านนัก เพราะสงครามชิงอำนาจและเขตแดนอาณาจักรใหญ่ๆ ยังกำลังติดพันกันอยู่
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : เจ้าศรีสองเมืองวีรบุรุษแห่งเมืองนันทบุรี
ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
รหัสลับ
 
   
 
 

 
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวสารของท่าน โดยการแชร์ข้อมูลและรูปภาพ หรือลิงค์เว็บไซต์ กลุ่มคนรักเมืองน่าน หรือ เพชบุ๊คน่านทูเดย์ดอตคอม
สมาชิกออนไลน์ขณะนี้ Talk Zone ; 76 บุคคลทั่วไป, 0 สมาชิก
Hot links!!
 
 
ร้านอาหารในจังหวัดน่าน ...
สนทนาออนไลน์ คุยกันที่นี่ครับ
ลงทะเบียนหาเพื่อนออนไลน์ และ Social network
เพชบุ๊คแฟนเพจน่านทูเดย์ดอตคอม
เพชบุ๊คกลุ่มคนรักเมืองน่าน

สามารถส่งข่าวประชาสัมพันธ์กับเว็บเราได้ที่นี่ และสามารถติดตามข่าวสารอัพเดททุกวันครับ
 
 
 

พบกับน่านทูเดย์ทาง

บริการจดโดเมนเนม เช่าพื้นที่ทำเว็บไซต์ รับปรึกษาการจัดทำเว็บไซต์ รุปแบบต่างๆ สนใจติดต่อ moozerdoi@hotmail.com หรือโทร 0811688994

   
 
 
...
     
โรงแรม ที่พัก รีสอร์ท บ้านพัก ลานกางเต้นท์
สอบถามข้อมูลท่องเที่ยว
เที่ยวต่างประเทศ
 
   
 
 
...
     
 
สำหรับสมาชิกที่ลอกอินเท่านั้น nan2day.com on Facebook ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ได้ช่องทางนี้นะครับ
คำค้น
 

สมุดเยียมเว็บไซต์น่านทูเดย์ดอตคอม

blog analyzer
เว็บไซต์น่านทูเดย์ดอตคอม สังคมออนไลน์ของคนเมืองน่าน เว็บไซต์ของประชาชน
ข้อมูลที่ปรากฏผ่านเว็บไซต์น่านทูเดย์ทูเดย์ดอตคอม ทั้งข้อมูล ข่าว รูปภาพ และอื่นๆ ได้มาจากสื่อประชาสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ตต่างๆ
และจากการนำเสนอขอสมาชิกและบุคคลที่เข้าเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมออนไลน์กับทางเว็บไซต์ หากพบว่าข้อมูลใด ติดกับลิขสิทธิ์ช่วยแจ้ง

โทร 0811688994 หรือติตด่อ ทาง Skype : moozerdoi1982 หรือ Email: moozerdoi@gmail.com