แอ่ว...น่าน ตอน ๒ ?เที่ยวเมืองเครื่องเงินงาม ถิ่นเตาเผาโบราณ สืบสานวัฒนธรรมข่วงเมือง?
ในตอนที่แล้ว แอ่ว...น่าน ตอน 1 ได้พาเที่ยวรอบนอกเมืองน่าน อย่าง อำเภอนาน้อย ชมการปั้นหม้อโบราณ ศึกษาความเป็นมาของ เสาดินน้อย และ พระธาตุพลูแช่ ในตอนที่ 2 จะนำท่านผู้อ่านเที่ยวชมในเมืองน่าน ที่มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย มีความสวยงามทางวัฒนธรรม และผู้คนชาวน่านก็น่ารัก มีน้ำใจดี ที่สำคัญที่นี่มีวัดวาอารามสำคัญ ที่ความเก่าแก่หลายร้อยปี ให้ได้กราบนมัสการหลายวัด หรือจะทำบุญครบ 9 วัดสำคัญๆเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตก็ยังได้
เริ่มกันที่ วัดภูมินทร์ มีสถาปัตยกรรมล้ำค่า ตั้งอยู่ถนนผากอง ในตัวเมืองน่าน สร้างขึ้นเมื่อปึ พ.ศ.2139 รวมอายุ 412 ปี เป็นพระอุโบสถที่มีความโดดเด่น ด้วยรูปทรงจตุรมุขอันเป็นเอกลักษณ์ ภายในวิหาร ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมศักยมุณี พระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ หันหน้าออกสู่ประตูทั้ง 4 ทิศ ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมีอายุกว่า 200 ปี ที่แสดงถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนน่านในอดีต และบริเวณด้านหน้าวันเป็น ข่วงเมือง หรือลานเมือง สำหรับจัดกิจกรรมการแสดง สะล้อซอซึง การขับร้องเพลง ประเพณีโบราณต่างๆ
ใกล้กัน มีวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร หรือ วัดหลวงกลางเวียง เชื่อกันว่า เจ้าปู่เข็ง เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1949 รวมอายุกว่า 602 ปี มีเจดีย์ช้างค้ำรูปช้างปูนปั้นเพียงครึ่งตัวแบกองค์พระเจดีย์ เป็นศิลปะสมัยสุโขทัย ภายในวันยังมีพระพุทธรูปนันทบุรีศรีศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปทองคำปางลีลา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1969 ซึ่งหากจะกล่าวความสำคัญทั้งหมดถึง 9 วัด ในตอนนี้คงจะมีพื้นที่บรรยายไม่พอ เพราะยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากกมาย ที่เป็นพื้นเพของชาวน่าน อย่างที่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพหัตถกรรมชาวเขา บ้านกลางพัฒนา อำเภอเมือง ชมการทำเครื่องเงินของชาวเผ่าเมี่ยน
โดยส่วนใหญ่ชาวเผ่าเมี่ยง หรือ เย้า ที่บ้านกลางพัฒนา จะประกอบอาชีพทำเครื่องประดับเงิน ส่งร้านขายเครื่องเงินในตัวเมือง และจังหวัดรอบข้างอย่าง เชียงราย เชียงใหม่ ที่นี่ยังเป็นศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพหัตถกรรมชาวเขา ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมที่ให้ชาวเมี่ยงได้มาจัดแสดงการทำเครื่องประดับเงิน การทอผ้า และการปักผ้า ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของชาวเผ่าเมี่ยนด้วย
จากนั้นไปชม พิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก หรือ พิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื่น ตั้งอยู่บ้านบ่อสวก อำเภอเมือง พิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณเกิดจากการสังเกตพบของจ่ามนัส ซึ่งเป็นลูกเขย บ้านพ่ออุ้ยแสน ธิเสนา(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และแม่อุ้ยชื่น ธิเสนาโดยสังเกตุพบว่ามีป่องดิน บริเวณบ้านของแม่อุ้ย ชื่น ทำให้จ่ามนัสเกิดความสงสัย จึงขุดดู แล้วพบว่าเตาเผาโบราณ ทำให้จ่ามนัส ติดต่อนักโบราณคดี กรมศิลปากรร่วมกับผู้ที่สนใจเข้ามาขุด พบว่าบริเวณบ้านของจ่ามนัส มีเตาเผาโบราณ อยู่หลายเตาทั่วบริเวณบ้าน และรอบนอก
โดย 2 เตาแรกที่พบ ได้ตั้งชื่อตามเจ้าของผู้พบเจอ คือ "เตาจ่ามนัส" และ "เตาสุนัน? ซึ่งเป็นชื่อของภรรยาจ่ามนัส เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของบ้านที่รักษาบริเวณเนินดินเตาเผาไว้อย่างดี จากการบอกเล่าจากนักโบราณคดี รองศาสตราจารย์สายันต์ ไพรชาญจิตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เชื่อว่าเตาเผาโบราณมีอายุมากกว่า 700 ปี โดยยังมีเตาเผาโบราณอีก หลายเตาที่ยังไม่ได้ขุด ด้วยเหตุผลข้อเดียวของจ่ามนัสว่า ต้องการให้อายุของเตาเผามากขึ้นให้ลูกหลายได้มีโอกาสได้ขุดศึกษาต่อไป
นอกจากเตาเผาโบราณที่มีให้ชมรอบบริเวณบ้านจ่ามนัสแล้ว พิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื่น ยังมีโบราณวัตถุ อย่าง หม้อดินเผา เครื่องเคลือบโบราณ ชาม จาน ครกโบราณ และไห ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะมาเป็นคณะและหากมีเวลามากพอ ก็สามารถลองทำเครื่องปั้นดินเผา เอากลับไปเป็นที่ระลึกได้ เนื่องจากที่นี่มีให้บริการ โดยเฉพาะเด็กๆได้เพลิดเพลินกับการปั้นดินเผาด้วย
เข้ามาใกล้ตัวเมืองอีกนิด มาชมของดีขึ้นชื่อ อย่าง แกะสลักเรือแข่ง โดยอาจารย์วิโรจน์ พรหมอารีย์ ผู้ริเริ่มและผู้ผลิตเรือแข่งจำลอง สินค้า OTOP 5 ดาว ของจังหวัดน่าน ตั้งอยู่บ้านอรัญญาวาส ตรงข้ามบริษัทมิตซูน่าน ซึ่งกว่าที่จะมาเป็นเรือจำลอง อาจารย์วิโรจน์ เล่าว่า งานนี้ เกิดจากความแค้นส่วนตัว ที่ไปจ้างผู้ชำนาญทำให้ ก็ไม่ย่อมทำให้ อาจารย์อยากได้มาก จึงทำเอง ลองผิดลองถูก ฝึกทำเองนานกว่า 4 ปีจนประสบความสำเร็จ เป็นเรือชื่อเรือกัญยาจำลอง ในรูปแบบที่ถือเป็นมรดกของชาวน่าน
นอกจากของดีเมืองน่าน อย่างเรือจำลองแล้ว ที่นี่เป็นแหล่งพระไม้ โดยจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พระไม้ ซึ่งเป็นที่เกี่ยวรวบรวมพระไม้ เชื่อว่าเป็นพระไม้ของต้นตระกูลต่างๆในจังหวัดน่านนำมาถวายพระ โดยเชื่อกันว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ ให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข และหากยังไม่ได้เครื่องเงินโบราณเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน แนะนำที่ ร้านบุญช่วยเครื่องเงินโบราณ หรือเป็นที่รู้จักร้านเครื่องเงินโบราณลุงนุช ที่ยังทำเครื่องเงินประเภทเครื่องใช้ในรูปแบบต่างๆ อย่าง ขันเงิน ถาดเงิน
ตกเย็น หากมาเที่ยวในช่วงที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมที่ข่วงเมือง หรือลานวัฒนธรรม หน้าวัดภูมินทร์ ก็สามารถไปชมการแสดงของลูกหลายชาวล้านนา และการแสดงทางวัฒนธรรมมากมาย ทั้งยังมีขันโตกให้ได้รับประทานกันอย่างอร่อย โดยงานจะมีในวันที่ 2 -4 เมษายน , 8 ? 9 พฤษภาคม , 12 ? 13 มิถุนายน , 10 ? 11 กรกฎาคม , 7 ? 8 สิงหาคม และ 11 ? 12 กันยายน รัฐบาลแยกเช็คช่วยชาติ เพื่อช่วยแบ่งเบาประชาชนแล้ว ประชาชน ก็ช่วยชาติได้ โดยการไปเที่ยวกระจายรายได้สู่ชุมชน กับไทยเที่ยวไทย แล้วอย่าลืมมาเที่ยวจังหวัดน่าน เมืองคนน่ารักนะคะ..!!
ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดแพร่ โทร.0-5452-1118 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน โทร.054-711650-1 อ.วิโรจน์ พรหมอารีย์ ผลิตเรือจำลอง โทร. 054-771-487 ร้านบุญช่วยเครื่องเงินโบราณ โทร. 054-751-089 พิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณบ้านจ่ามนัส ร้านอาหารเรือนเจ้านาง โทร. 089-073-4688 ร้านก๋วยเตี๋ยว ผิน ผิน โทร.054-757-471 น่าน บูติกโฮเทล โทร.054-775-532 ศศิดารา รีสอร์ท โทร. 054-774-483
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255204010033&tb=N255204&position=tra1&n=no |