มะแขว่น (มะแค่น ) วันนี้ตั้งใจมาร่วมสนับสนุนความรู้เรื่อง มะแขว่นครับคงจะเป็นข้อมูลที่พอจะหาค้นคว้าได้ ถ้าถามว่าอาหารเมืองบ้านเราเครื่องเทศที่เป็นพระเอกตัวหนึ่งที่มีติดครัวไม่แพ้พริก เกลือ คือ มะแขว่นครับไม่ว่าจะ ต้มอ่อม ต้มแกง ลาบ ลู้ ส้า แทบจะขาดไม่ได้จำได้ว่าสมัยก่อนถ้ามีงานกินสลากบ้านไหนนี้ จะต้องมีคนหาบมะแขว่นมาขาย ถึงวันนี้วิถีชีวิตแบบนั้นก็ยังจำได้อยู่ เอาครับมาเริ่มข้อมูลทางวิชาการก่อนเลย มะแขว่น ผักพื้นบ้านที่เป็นเครื่องเทศทางเหนือ ชื่อสามัญว่า ลูกระมาศ หมากมาศ (กรุงเทพฯ) กำจัด กำจัดต้น มะแขว่น (เหนือ) มะแข่น มะข่วน บ่าแข่น หมักข่วง (แม่ฮ่องสอน) ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Zanthozylum Limonella Alston วงศ์ส้ม Rutaceae มี 2 ชนิดคือ พันธุ์หนัก และพันธุ์เบามักขึ้นในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา เป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร มีหนามตามลำต้นและกิ่งก้าน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 6-8 คู่ ใบมีลักษณะยาวรีหรือรูปขอบขนาน ฐานใบไม่เสมอกัน ปลายใบเรียวแหลม ดอกออกเป็นช่อและก้านดอกยาว ดอกมีขนาดเล็กสีขาวอมเขียว เป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ คือดอกเพศเมียและเพศผู้อยู่คนละต้น จะออกดอกประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ผลมีลักษณะแห้งกลม ผิวขรุขระสีน้ำตาล เมื่อแก่ผลจะแตกจนเห็นเมล็ดสีดำกลม ผิวเรียบเป็นมัน มีกลิ่นหอมฉุนคล้ายผักชี มีรสเผ็ดเล็กน้อยแหล่งที่พบ บริเวณภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ตำบลเมืองลี อ.นาหมื่น จ.น่าน ขึ้นชื่อว่าเป็นมะแขว่นที่มีคุณภาพดีที่สุดของภาคเหนือเลยก็ได้ มีบทเพลงพื้นบ้านกล่าวถึงมะแข่นว่า มะแข่นดีปี๋ ไผมีขะใจ๋เอามา คั่วเหียนาใส่ลาบบ่ขื่น แปลว่า ใครมี มะแข่นกับดีปลี ให้รีบเอามา แล้วเอาคั่วใส่ลาบจะได้ไม่มีรสขื่นมาก นอกจากนี้ ยังนิยมใส่ในยำชิ้นไก่ หลู้ แกงขนุน แกงผักกาด ช่วยทำให้รสชาติของอาหารดีขึ้นและถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้กินแก้สำหรับอาหารจานที่มีเนื้อสัตว์มาก เพราะช่วยย่อยเนื้อได้ส่วนที่ใช้ในการประกอบอาหารคือ ใบอ่อนและผล ใบและยอดอ่อนรับประทานเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก ลาบ ยำ ผลเป็นเครื่องเทศที่นิยมในภาคใต้และภาคเหนือ โดยเฉพาะทางภาคใต้ นิยมผสมในเครื่องแกง เช่น แกงฟักทอง แกงปลาไหล เป็นต้น ช่วยให้แกงมีรสเผ็ดร้อน และมีกลิ่นหอม สรรพคุณทางยา แพทย์แผนโบราณใช้รากและเนื้อไม้เป็นยาขับลมในลำไส้ ลมขึ้นเบื้องสูงทำให้หน้ามืดตาลาย วิงเวียน ลดความดัน เป็นยาขับโลหิตระดูของสตรี แต่ไม่ใช้กับหญิงมีครรภ์ เมล็ดสามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยจัดเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคเหนือ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ด อายุ 3-5 ปี จึงให้ผลผลิต ปัญหาที่พบในการปลูกมะแข่นในปัจจุบันได้แก่ ปัญหาปลวกกัดกินรากและโคนต้น ทำให้ต้นกลวงและถูกมดดำเข้าทำลายซ้ำ ทำให้ต้นตาย หรือถูกสัตว์จำพวกตัวตุ่นกัดกินรากทำให้ยืน จากคำเล่าพ่ออุ้ยแม่อุ้ยเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนบ้านไหนที่มีมะแขว่นหลาย ๆ จะค่อนข้างมีฐานะ คือขายหรือสามารถนำมาแลกข้าวปลาอาหาร ครั้นการจะปลูกมะแขว่นนั้นปลูกเองไม่ได้คนที่เพราะต้องอยู่ไกลบ้านอยู่ในดงป่าชื้นและต้องห่างจากขี้ไก่ไม่งั้นมันจะยืนต้นตาย แล้วผมถามพ่ออุ้ยว่าแล้วเขาปลูกกันอย่างไง คำตอบเป็นแนวไสยศาสตร์ครับ พ่ออุ้ยบอกว่าตอนที่เขาไปดูแลต้นมะแขว่นจะเอามีดพร้าถางดายหญ้าตอนนั้นเมล็ดจะติดพร้ากระจายไปตามที่ต่างถ้าคนที่เป็นคนเย็นก็จะเกิดต้นกล้าขึ้นใหม่ในบริเวณที่ถางหญ้านั้น เรื่องวิถีชีวิตก็มีครับก็อย่างที่ทราบครับ ที่ตำบลเมืองลี อ.นาหมื่น จ.น่าน ขึ้นชื่อว่าเป็นมะแขว่นที่มีคุณภาพดีที่สุดของภาคเหนือและมีหลายจนมีคนเมืองลีได้ฉายามะแขว่นหลายท่าน เช่น คุณครูแก้วมะแขว่น ส่วนปัจุบันนั้นมะแขว่นของน่านมีหลาย ๆ แหล่งเช่น 1. ตำบลเมืองลี อ.นาหมื่น 2. ตำบลยอด อ.สองแคว 3. ตำบลสันทะ อ.นาน้อย 4.อ.สันติสุข 5.อ.แม่จริม 6.อ.ปัว
ผมรวบรวมข้อมูลได้ประมาณนี้ครับหากท่านมีเพิ่มเติมหรือข้อมูลผมตกหล่นประการใดขอร่วมกันสนับสนุนความรู้ด้วยกันน่ะครับ
|